วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

[4] มารู้จักกับคันจิของเครื่องดนตรีต่างๆกันเถอะ ! 楽器の漢字を覚えよう !

สวัสดีค่าทุกคน ^^
วันนี้มาพร้อมกับการอัพบล็อกเป็นครั้งที่ 4 แล้วค่า
คราวที่แล้วเราก็รู้จักคันจิของซูชิหน้าต่างๆกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ

สำหรับหัวข้อของวันนี้ ก็ยังเป็นคันจิที่น่าสนใจเช่นเดิมค่ะ
ก็คือ คันจิของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆนั่นเองค่า

โดยปกติแล้ว ชื่อเครื่องดนตรีต่างๆในภาษาญี่ปุ่น เรามักคุ้นเคยกับการใช้อักษรคาตาคานะเรียกแบบทับศัพท์จริงมั้ยคะ
แต่พวกเครื่องดนตรีเหล่านี้ก็มีคันจิเป็นของตัวเองเหมือนกันน้า
สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ เครื่องดนตรีส่วนมากจะลงท้ายด้วยคันจิ 琴 ค่ะ
ซึ่งผู้เขียนเองก็สงสัยเหมือนกันว่าคันจิตัวนี้มันแปลว่าอะไร

และจากการสืบค้นก็พบว่า 琴 เป็นเครื่องดนตรีเก่าแก่ของจีน มี 7 สาย เป็นเครื่องดีดค่ะ
อ่านว่า きん หรืออ่านแบบญี่ปุ่นก็คือ こと ค่ะ ซึ่งบางท่านอาจจะเคยได้ยินเครื่องดนตรีเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่เรียกว่า พิณโกะโตะ กันใช่มั้ยคะ ^ ^
รูปร่างลักษณะแบบนี้ค่ะ






เรามาดูคันจิของเครื่องดนตรีไปพร้อมๆกันเลยค่า ^^



1. ピアノ = 洋琴 (ようきん)
















เปียโนเป็นเครื่องดนตรีที่เรารู้จักกันดีใช่มั้ยคะ
คันจิของเปียโน ประกอบขึ้นมาด้วย 洋 ซึ่งหมายถึงทางตะวันตก กับ 琴
ซึ่งพอมารวมกันแล้วจะหมายถึง โกะโตะของทางตะวันตก นั่นก็คือ เปียโนนั่นเองค่ะ



2. オルガン = 風琴 (ふうきん)




















ออร์แกนเป็นเครื่องดนตรีขนาดใหญ่ ทำให้เกิดเสียงโดยให้ลมไหลผ่านท่อที่มีขนาดต่างๆกัน ซึ่งเสียงที่ได้จากแต่ละท่อก็จะมีความถี่แตกต่างกัน ทำให้ออร์แกนสามารถทำเสียงต่างๆได้เท่ากับเครื่องดนตรีหลายชิ้นรวมกันเลยค่ะ
และนี่ก็เป็นสาเหตุให้ตัวคันจิของออร์แกน ประกอบจากคำว่า 風 (かぜ) ที่แปลว่า ลม กับ 琴 นั่นเองค่า



3. 
アコーディオン = 手風琴 (てふうきん)

















แอคคอเดียน สังเกตได้ว่ามีคันจิที่คล้ายๆกับออร์แกนเลยใช่มั้ยคะ นั่นก็เพราะว่าหลักในการทำให้เกิดเสียงนั้น อาศัยลมและการสั่นสะเทือนให้เกิดคลื่นความถี่เสียงเช่นเดียวกันค่ะ แต่แอคคอเดียนนั้นมีขนาดเล็กและสามารถถือได้ ตัวคันจิจึงมีการเติม 手 (て) ซึ่งแปลว่า มือ หรือในที่นี้คือสามารถพกพาได้ เข้าไปหน้าคำว่า 風琴 นั่นเองค่ะ



4. 
ハープ = 竪琴 (たてごと)

















ฮาร์ป หรือ พิณ เป็นเครื่องดนตรีชนิดเครื่องสาย ซึ่งจะทำเสียงโดยการใช้นิ้วดีดที่สายเสียงของเครื่องดนตรีค่ะ
สำหรับคันจิของฮาร์ป ประกอบด้วย 竪 ที่มีความหมายว่า ความยาว,ความสูง หรืออาจหมายถึง บิดงอ ก็ได้ค่ะ กับคำว่า 琴
ซึ่งสาเหตุที่มีคันจิแบบนี้ น่าจะเป็นเพราะลักษณะโครงขึงสายของฮาร์ปที่จะเป็นรูปสามเหลี่ยมที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยเพื่อความสวยงามค่ะ



5. ヴァイオリン = 提琴 (ていきん)














ไวโอลิน มีตัวคันจิที่ประกอบด้วยคำว่า 提 (てい) ที่หมายถึง พกไปด้วย กับ 琴
กลายเป็น โกะโตะพกพา
เนื่องจากลักษณะของไวโอลินมีขนาดที่สามารถพกพาได้นั่นเองค่ะ



6. エレクトーン = 電子琴 (でんしきん)
















อิเล็กโทน เป็นเครื่องดนตรีที่มีคีย์บอร์ดเรียงกันหลายชั้น ลักษณะคล้ายกับออร์แกนคือสามารถทำเสียงได้เหมือนเครื่องดนตรีหลายชนิด แต่ที่แตกต่างกันคือการทำเสียงโดยใช้ไฟฟ้าแทนค่ะ
ซึ่งนั่นก็ทำให้คันจิของอิเล็กโทน คือ การนำคำว่า 電子 (でんし) ที่แปลว่า ไฟฟ้า มารวมเข้ากับคำว่า 琴 กลายเป็น โกะโตะไฟฟ้า นั่นเองค่ะ



7. オルゴール = 自鳴琴 (じめいきん)

















หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม กล่องดนตรี นั่นเองค่ะ
สังเกตได้ว่าคันจิของกล่องดนตรี มาจากคำว่า 自 ซึ่งแปลว่า (โดย)ตนเอง 鳴 ที่แปลว่า ร้อง รวมกับคำว่า 琴
รวมกันกลายเป็น โกะโตะที่สามารถส่งเสียงได้เอง นั่นเองค่ะ ตรงกับลักษณะของกล่องดนตรีจริงๆเลยใช่มั้ยคะ



8. ハーモニカ = 口風琴 (こうふうきん)
















ฮาโมนิกา เป็นเครื่องดนตรีชนิดเป่า หรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า Mouth Organ นั่นเองค่ะ
หากสังเกตจากคันจิของเครื่องดนตรีชนิดนี้ จะเห็นได้ว่า มีการใช้คันจิคำว่า 口 ที่แปลว่า ปาก มานำอยู่หน้าคำว่า 風琴 ที่หมายถึง ออร์แกน
รวมกันแล้วก็คือ ออร์แกนที่ใช้ปากในการทำเสียงดนตรี ค่ะ



9. シロフォン = 木琴 (もっきん)
















ไซโลโฟน เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องกระทบ มีลักษณะคล้ายกับระนาด เป็นเสมือนกับระนาดของทางตะวันตกค่ะ
ซึ่งไซโลโฟนนี้จะทำจากไม้เนื้อแข็ง ดังนั้นคันจิของเครื่องดนตรีชนิดนี้จึงประกอบด้วยคำว่า 木 ซึ่งหมายความว่า ไม้ กับ 琴 นั่นเองค่ะ



10.ギター = 六絃琴 (ろくげんきん)

















กีตาร์ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสายที่เรารู้จักกันดีใช่มั้ยคะ
คันจิของกีตาร์ นำมาจากลักษณะของเครื่องดนตรีชนิดนี้เลยค่ะ ก็คือจะมีทั้งหมด 6 สายด้วยกัน
คล้ายเป็น 六絃 รวมกับ 琴 กลายเป็น โกะโตะที่มี 6 สาย นั่นเองค่า






เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับคันจิของเครื่องดนตรีชนิดต่างๆสำหรับบล็อกของวันนี้
เราอาจจะได้เห็นคันจิเหล่านี้ได้ตามหนังสือหรือบทความต่างๆ แต่ส่วนใหญ่หากมีอักษรฟุริงะนะให้ด้วย ก็จะเขียนฟุริงะนะเป็นคำออกเสียงแบบทับศัพท์ค่ะ
คราวนี้เราก็ได้รู้คันจิของเครื่องดนตรีกันแล้วนะคะ ^ ^


สำหรับบล็อกครั้งต่อไปจะเป็นอะไรนั้น  มาลองติดตามกันดูนะคะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ ไว้พบกันครั้งหน้าค่า

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

[3] มาเรียนคันจิของหน้าซูชิกันเถอะ ! 鮨種の漢字を覚えよう >_< !

สวัสดีค่าทุกคน ^ ^
มาอัพบล็อกครั้งที่สามเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ♪



วันนี้เรามาดูเรื่องเบาๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวันกันดีกว่า
เวลาเราไปทานซูชิ (โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น) เราจะชอบเจอพวกป้ายเมนูอาหารที่แขวนตามร้านเยอะๆกันใช่มั้ยคะ ปกติแล้วอาจจะเป็นฮิรางานะก็จริง แต่บางครั้งก็มีตัวคันจิที่อ่านไม่ออกเต็มไปหมด
ยิ่งบางร้านถ้าไม่มีภาพประกอบก็อาจจะงงกันไปเลย





มองป้ายแล้วก็ ...
#ร้องไห้หนักมาก


ฉะนั้น วันนี้เราจะนำเสนอ คันจิของหน้าซูชิ กันค่า ♪

ก่อนอื่นเรามาดูคันจิคำว่า すし กันนะคะ
โดยทั่วไปแล้ว เราจะคุ้นเคยกับคันจิว่า 寿司 ถูกไหมคะ
แต่จริงๆแล้วซูชิก็มีคันจิอีกตัวนึงที่เป็น 魚へん ด้วยนะคะ ก็คือ


鮨 (すし)


ที่น่าสนใจและรู้สึกว่ามันน่ารักก็คือ มาจากคันจิ 魚 (さかな) ที่แปลว่า ปลา กับคำว่า 旨い (うまい) ที่แปลว่า อร่อย ค่ะ
พอรวมปลา + อร่อย ก็กลายเป็นคำว่าซูชิเลย น่ารักใช่มั้ยล่ะคะ ^ ^


ต่อไปนี้ เราจะมาดูคันจิของปลาที่พบบ่อยๆในหน้าซูชิกันค่ะ


1. 鯏 (あさり)

















หอยอาซาริ หรือภาษาไทยก็คือหอยลายนั่นเองค่ะ
โดยคำว่า 利 ที่เอามาประกอบกับ 魚へん นั้นมีความหมายดั้งเดิมว่า ขุดขึ้นมาจากดิน (土を掘り起こす) ซึ่งเราคงเคยได้ยินคนพูดว่า ขุดหาหอยอาซาริ กันใช่มั้ยคะ ก็เลยเป็นที่มาของคันจิตัวนี้ค่ะ



2. 鮑 (あわび)















หอยอาวาบิ หรือที่เรารู้จักกันในนาม หอยเป๋าฮื้อ นั่นเองค่ะ
คำว่า 包 ในประเทศจีนจะหมายถึงปลาที่ผ่าท้องแล้วหมักเกลือ
แต่ในภาษาญี่ปุ่น จะมีความหมายว่า ห่อ, บรรจุ ค่ะ
พอมารวมกับ 魚へん ก็จะกลายเป็น หอยเป๋าฮื้อ ค่า


3. 鮭 (さけ、しゃけ)


 



ในที่สุดก็มาถึงของโปรดของเจ้าของบล็อก ปลาแซลมอนนั่นเองค่า >_< !!
โดยที่มาของคันจิ 圭 คือ ปลาที่มีลักษณะยาวสวย นั่นเองค่ะ
นอกจากนี้ คันจิตัวนี้ยังแยกได้เป็น 十一 เขียนซ้ำสองครั้งได้ด้วย เพราะฉะนั้น วันที่ 11 เดือน 11 จะถือว่าเป็นวันปลาแซลมอนด้วยค่ะ


4.  鯨 (くじら)


















หรือภาษาไทยก็คือ วาฬ นั่นเองค่า
คันจิ 京 มีความหมายว่า เนินเขาสูง หรือ ใหญ่ ค่ะ
ดังนั้น วาฬ ที่มีตัวใหญ่มาก จึงใช้รวมกับ 魚へん กลายเป็นคันจิตัวนี้นี่เองค่ะ



5. 鮪 (まぐろ)







มากุโร่ หรือ ปลาทูน่า ที่เรารู้จักกันดีค่ะ
คันจิ 有 นั้นหมายถึง มีอยู่ เป็นการแสดงการมีอยู่
ซึ่งเหมาะกับปลาทูน่าที่ตัวใหญ่มาก จึงเป็นที่มาของคันจิตัวนี้ค่า


6. 鯖 (さば)
















ปลาซาบะ
คันจิ 青 เป็นคันจิที่เรารู้จักกันดีใช่มั้ยคะ ความหมายก็ตรงตัวเลยค่า
เพราะว่าปลาซาบะมีลำตัวด้านบนที่สีออกเขียวๆฟ้าๆ
ดังนั้นจึงเอา 魚へん รวมกับ 青 กลายเป็นคันจิตัวนี้นั่นเองค่ะ



7. 鰺 (あじ)















ปลาอาจิ หรือก็คือ ปลาทูแขก นั่นเองค่ะ
ตัวคันจิ 参 นี่จะมีเสียงเหมือนคำว่า 三 ที่แปลว่า สาม ใช่มั้ยคะ
ว่ากันว่าปลาชนิดนี้จะอร่อยที่สุดในเดือน 3 ค่ะ
เลยนำคำว่า 参(三) รวมกับ 魚へん กลายเป็นคันจิของปลาทูนั่นเองค่า



8. 鯛 (たい)

 

ภาษาไทยก็คือ ปลากระพง ค่ะ
โดยคันจิ 周 นี่มีความหมายว่า รอบ, ขอบเขต
เนื่องจากปลากระพงเป็นปลาที่สามารถตกได้ตลอดปีได้ทุกส่วนของประเทศญี่ปุ่น
จึงนำคันจิตัวนี้มารวมกับ 魚へん กลายเป็นคันจิของปลากระพงค่ะ


9. 鮹 (たこ)

















ภาษาไทยก็คือ หมึก นั่นเองค่ะ
โดยคันจิ 肖 มีความหมายว่า ผอม, บาง ค่ะ
แต่ในที่นี่ เนื่องจากหมึกจะพ่นน้ำหมึกออกมาเพื่อพรางตัว
คันจิ 肖 ที่จริงแล้วจึงมาจากคันจิ 消 ที่แปลว่า หายไป เอามารวมกับ 魚へん กลายเป็นคันจิของหมึกค่ะ


10. 鮎 (あゆ)
















ปลาอะยุ
เนื่องจากในสมัยก่อน มีการใช้ปลาในการทำนายค่ะ
ดังนั้นจึงนำคันจิ 占 ที่แปลว่า ทำนาย มาประกอบรวมกับ 魚へん กลายเป็นคันจิตัวนี้นี่เองค่ะ


11. 鰻 (うなぎ)














ปลาไหล
ตัวคันจิที่นำมาประกอบกับ 魚へん ก็คือ 曼 ค่ะ
โดยคันจิตัวนี้ มีความหมายว่า ยาวและแคบ ซึ่งตรงกับลักษณะของปลาไหล
จึงนำมาเป็นคันจิของปลาไหลนั่นเองค่า


12. 海栗 (うに)















ไข่หอยเม่น
เนื่องจากลักษณะของไข่หอยเม่น เหมือนกับเกาลัดในท้องทะเล
ทำให้ไข่หอยเม่นมีคันจิเป็น 海 (ทะเล) รวมกับ 栗 (เกาลัด) นั่นเองค่ะ


13. 海老 (えび)

 

กุ้ง
เนื่องจากลำตัวของกุ้งมีลักษณะงอเหมือนกับคนชรา
จึงทำให้เหมือนกับผู้เฒ่าแห่งท้องทะเลค่ะ
คันจิของกุ้งจึงเป็น 海 (ทะเล) รวมกับ 老 (ชรา) นั่นเองค่า





เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับคันจิรอบนี้
หวังว่าทุกๆท่านคงจะเพลิดเพลินกับการอ่านนะคะ
ถ้ามีโอกาส ลองจำกันและไปอ่านป้ายเมนูร้านซูชิกันนะคะ >_<

สำหรับวันนี้ก็ขอจบบล็อกเพียงเท่านี้ค่ะ
สวัสดีค่า ♪